วันศุกร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2559

วันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ปู่สีตาผ้าขาว

ปู่สีตาผ้าขาว
 ปู่สีตาผ้าขาว
 ปู่สีตาผ้าขาว
ปู่สีตาผ้าขาว
จริงๆแล้วปั้นรูปนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นตัวแทนของเจ้าที่ที่บ้าน
ท่านเป็นคนร่างเล็ก ผมฟูยาวมีมวยผมใส่ชุดขาว
มีชื่อว่า"สี"
อายุมากแล้วเป็นเจ้าที่ดั้งเดิมว่างั้น
ซึ่งตอนนี้ก็รอเวลาและปัจจัยตั้งศาลให้เรียบร้อยเท่านั้น

วันอังคารที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2559

พ่อครูผึ้ง โดย ศักดิ์ ศรีธรรมมา

พ่อครูผึ้ง โดย ศักดิ์ ศรีธรรมมา
 พ่อครูผึ้ง โดย ศักดิ์ ศรีธรรมมา
 พ่อครูผึ้ง โดย ศักดิ์ ศรีธรรมมา
 พ่อครูผึ้ง โดย ศักดิ์ ศรีธรรมมา
 พ่อครูผึ้ง โดย ศักดิ์ ศรีธรรมมา

      พ่อครูผึ้ง โดย ศักดิ์ ศรีธรรมมา 
  ขออนุโมทนาสาธุการกับท่านทั้งหลายที่ร่วมสร้างร่วมเผยแผ่บารมีครูบาอาจารย์ในตำนาน อันมีพ่อครูผึ้งเป็นที่สุด ณ ที่นี้ครับ
และขออโหสิกรรมครูบาอาจารย์ทั้งหลายหากบทความนี้ขาดตกบกพร่อง พาดพิง ผิดพลาด หรือสร้างความเสียหายอย่างหนึ่งอย่างใดแก่ท่านก็ขออโหสิกรรมอีกครั้ง ณ ที่นี้
       อีกประการหนึ่งก็เพื่อเป็นข้อมูลในการสืบค้นของผู้สนใจในภายภาคหน้า
        เรื่องราว ประวัติ ของพ่อครูผึ้งนั้นท่านทั้งหลายที่นับถือพระเดชพระคุณท่านหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง ทราบดีนะครับผมคงไม่ย้อนอีกแล้ว   ผมจะเล่าเหตุแห่งการปั้นพ่อครูผึ้งเป็นหลักนะครับ คนที่เกี่ยวเรื่องนี้มีเพียง3คนเท่านั้น........        เรื่องมีว่าผมรู้จักและเข้าไปปรับทุกข์กับอาจารย์ท่านที่หนึ่ง การสนทนาดำเนินมาถึงเรื่องคาถาเงินล้าน และหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ซึ่งผมพอมีประสบการณ์อยู่บ้าง อาจารย์ท่านนี้ก็บอกว่าปั้นพ่อครูผึ้งบูชาสิ พร้อมกับบอกรูปร่างหน้าตาเสร็จ แต่ผมขอปรับให้เป็นตามประวัติที่อ่านเจอในประวัติ ทีแรกจะปั้นเล็กๆเงียบๆส่วนตัวกับคนที่รู้จักเท่านั้น..........
           ผมนำเรื่องปั้นพ่อครูผึ้งนี้ไปบอก อาจารย์ท่านที่สองเพราะเคารพอาจารย์ท่านที่สองนี้มาก ท่านถึงกับบอกว่าปั้น15นิ้วเลยและอาสาบวงสรวงทำพิธีให้ เมื่อถึงวันและบวงสรวงเสร็จแล้วผมและอาจารย์ท่านที่สองนี้ก็ออกไปหาอะไรทานนอกบ้าน ทานไปคุยไป ผมก็จับใจความได้ว่า จะหล่อกี่องค์ๆละเท่าไหร่ ปัจจัยที่ได้จะเอาไปทำอะไรและจะทำพิธีเททองเมื่อไหร่...
           ครับ    แต่ในการสนทนานี้ผมตอบคำถามตัวเองในใจไม่ได้เลยว่า นี่มันงานผมกับอาจารย์ท่านที่หนึ่งนะครับ อาจารย์ท่านที่หนึ่งจะคิดยังไง ผมเอางานของท่านไปออกหาเงินให้กับอาจารย์ท่านที่สอง และที่สำคัญค่าแรงปั้น ค่าดำเนินงานผมไม่เห็นมีการพูดถึง...........
        ก็ผ่านไปเพียงข้ามคืน มีเหตุที่ผมต้องหยุดงานของอาจารย์ท่านที่สองชนิดที่เด็ดขาดเหตุที่ผมขอหยุดงานอาจารย์ท่านที่สองนี้ ผมเขียนเป็นบันทึกส่งข้อความแสดงเหตุผลให้ท่านและลูกศิษย์คนสนิททราบแล้ว(เหตุเกิดช่วงเข้าพรรษาปี2557) ส่วนทั้งสองจะเข้าใจหรือจะอ่านไหมผมไม่ทราบ
         งานปั้นพ่อครูผึ้งผมก็ดำเนินต่อจนเสร็จและมีแผนจะหล่อเป็นโลหะถวายวัด แรกทีเดียวจะถวายองค์เดียวแต่ภายหลังจะสร้าง3องค์ถวาย3วัดทั้งหมด (ขณะที่เขียนอยู่นี้แม่พิมพ์อยู่ที่โรงหล่อแล้วครับ)     ย้อนกลับไปที่อาจารย์คนที่หนึ่งท่านรู้เรื่องตลอดแถมยังบอกว่าเฉยไว้เขาช่วยเราเผยแผ่บารมีครูบาอาจารย์เขาก็ได้บุญ เราในฐานะคนริเริ่มก็ได้บุญ เราก็ทำของเราไป เขาก็ทำไป..
        กล่าวถึงอาจารย์คนที่สองหลังจากหยุดติดต่อกับผมแล้ว ขณะนี้ก็ไปจ้างเพื่อนผมปั้นพ่อครูผึ้งและดำเนินงานตามแผนที่ผมเขียนมาข้างต้นนั่นแหละครับมีการรับจองโปรโมทบอกบุญกันตามเรื่อง และที่น่าตลกนอกจากให้เพื่อนสนิทผมปั้นแล้วก็คือยังจะหล่อโรงงานเดียวกันอีกต่างหาก(สงสัยงานนี้ผมคงต้องคอยหลบหน้าหลบตาให้ยุ่งไปหมด5555)
       มาถึงตรงนี้ผมไม่ได้มาเรียกร้องอะไรนะครับเพียงแค่อยากชวนท่านทั้งหลายที่ร่วมสร้างร่วมเผยแผ่บารมีพ่อครูผึ้งให้ระลึกนึกถึงอาจารย์ท่านแรกที่เป็นคนแนะนำให้ผมปั้นพ่อครูผึ้งบ้างก็เท่านั้น  ไม่มีอาจารย์ท่านที่หนึ่งนี้แล้วคงไม่มีใครคิดสร้างพ่อครูผึ้งหรอกแม้แต่อาจารย์ท่านที่สองก็ตามเถอะ หรือใครจะเถียง              ผมเป็นช่างปั้นหางแถว การโดนแอบอ้างงาน ขโมยซีนงาน หรือก็อปปี้งานมันเป็นเรื่องปรกติอยู่แล้วครับ ส่วนท่านที่อยากรู้ว่าอาจารย์ท่านแรกนั้นเป็นใครก็ติดต่อผมโดยตรงครับ เบอร์ติดต่อผมหาง่ายมาก
ความหมายที่ซ่อนระหว่างบรรทัด ท่านทั้งหลายคงพอจะเข้าใจ
เอาแค่นี้ครับสมควรแก่เหตุพอเป็นข้อมูลสืบค้นเบื้องต้นในภายหน้า

วันพุธที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ศักดิ์ ศรีธรรมมา

 ผมห่างหายการเขียนบล็อกไปเป็นปีๆ
เพราะย้ายที่ทำงาน ที่อยู่ไหม่และไม่สามารถติดเน็ตได้
จะใช้มือถือทำงานมันก็ไม่สะดวก
 จนกระทั่งมาลงตัวที่บ้านเกิดเมืองนอน
บ้านพ่อเมืองแม่ของตัวเอง
 ผลงานที่ผ่านๆมาไม่ได้นำมาลงในบทความ
คงจะถึงวาระซะที แต่คงจะทะยอยเขียนนะครับ
ส่วนจะมีเรื่ิองอะไรบ้างค่อยว่ากันอีกที
วันนี้สวัสดีครับ
.....

วันพุธที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2557

ประสบการณ์พระพิราพ

ประสบการณ์พระพิราพ1
 เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนน้ำท่วมใหญ่ไม่กี่เดือน 
ช่วงนั้นผมอยู่ แถว ถ.ติวานนท์ นนทบุรีเป็นโรงงานของเพื่อน 
และมีรุ่นน้องมาช่วยงานอีกคน ด้วยความที่อยู่บ้านเขา
ผมก็เก็บกวาดบ่อปลาคราฟด้วยทำงานไปด้วยตามปรกติ 
และช่วงนั้นผมได้รับคำทักทายมาว่าจะมีโชคใหญ่มาก ว่างั้น 
ผมก็สงสัยว่าจะมาได้ยังไง ปัญหาหลายอย่างรุมเร้า 
หวยก็เล่นไม่เป็นแล้วโชคใหญ่จะได้แต่ใดมา? 
แล้วเค้าลางเรื่องโชคใหญ่ ก็หลั่งไหลมาตลอดอาทิตย์ 
คืนแรกผมฝันเห็นพระพิราพองค์ใหญ่ใบหน้ามีรอยถลอกเล็กน้อย 
ในฝันนั้นผมจำใด้ว่าเป็นพระพิราพองค์ใหญ่ที่อยู่ที่วัดบางกร่าง นนทบุรี 
ดีใจครับปั้นพระพิราพมาก็ไม่เคยฝันเลย 
คืนต่อมาก็ฝันเห็นพระพิราพอีกเป็นคืนที่สองติดต่อกัน 
ยิ่งมั่นใจว่าได้โชคใหญ่แน่นอน
 คืนที่3กลับฝันเห้นรูปปั้นหลวงปู่ทวดองค์เท่าคนจริงตั้งอยู่ที่เสากลางบ้าน 
แต่เกิดไฟลุกไหม้ขึ้นที่รูปปั้นนั้น ตื่นเช้ามาก็ชักลังเลใจ 
ฝันว่าไฟไหม้บ้านมันฝันดีแต่ไฟไหม้รูปหลวงปู่นี่ความหมายคืออะไร?
คืนที่4นี่ก็ฝันดีมากคือฝันเห็นหลวงพ่อเปิ่นวัดบางพระ (อันนี้ฝันบ่อยครับ)
ในฝันนั้นขณะที่นั่งรอจะเข้าไปกราบหลวงพ่อเปิ่นก็เห็นหลวงพ่อนั่งอยู่บนรถเข็น
นั่งมองไปข้างนอกหน้าต่างซึ่งผมนั่งมองด้านหลังท่าน 
ทันใดนั้นก็มีแสงสีทองสาดลงมาที่รถเข็นที่หลวงพ่อนั่งสีทองสุกปลั่งไปทั้งห้อง 
และแล้วหลวงพ่อก็หันหน้ามายิ้มแฉ่งเปียมด้วยเมตตา 
ตามที่เราท่านทั้งหลายคุ้นเคยนั่นแหละครับ 
ท่านไม่พูดอะไรท่านได้แต่เอานิ้วมือลูบปาก คืนที่5ไม่ฝันครับ 
ส่วนคืนที่6ก็ฝันเห็นแต่พระครับแต่ไม่รู้ว่าเป็นหลวงพ่อหลวงพี่องค์ไหน 
ก็ยิ่งมั่นใจว่าผมไม่เล่นหวยก็คงจะได้งานใหญ่แน่นอน
เพราะกำลังเสนองานอยู่ซึ่งเจ้าของงานก็เลือกผมเรียบร้อยแล้ว
แค่ขยับราคาและแบบนิดหน่อย 
ช่วงนั้นผมก็เก็บกวาดบ่อปลาช่วงเช้าและก็ปั้นงานสลับกับไปอยู่เป็นอาทิตย์ 
ด้วยความที่ถูกปล่อยรกร้างไว้นาน บ่อจึงสกปรกมาก 
แล้วโชคใหญ่ก็ไกล้เข้ามาเมื่อเช้าวันหนึ่ง 
ผมก็ถอดรองเท้าผับขากางเกงเปิดไดร์โว่2ตัว 
เตรียมลงเล่นน้ำในบ่อปลาตามปรกติ 
ทันใดนั้นเจ้าของบ้านก็เปิดประตูโรงงานเข้ามา 
ซึ่งมันก็แปลกมา ไอ้เจ้าของโรงงานคนนี้มันไม่เคยมาโรงงานก่อนเที่ยง 
แต่วันนี้มันดันผ่ามาก่อน10โมง ก็เลยต้องมานั่งคุยกันก่อนในห้องทำงาน 
ไม่ถึง10นาทีรุ่นน้องก็เดินมาที่เครื่องกรองน้ำที่ติดอยู่หน้าบ่อปลาคราฟ
ร้องตะโกนบอกว่าไฟรั่วๆๆๆๆๆพร้อมกระชากปลั๊กไดร์โว่ออก 
ผมกับเพื่อนก็ลงไปดู ก็พบว่าปลาคราฟตายสิบกว่าตัว 
ซึ่งก็เป็นปลาคัดซะด้วย
ขนาดก็ท่อนแขนดี่ๆนี่เองครับ 
ผมก็เลยตกเป็นจำเลยฐานอยู่ดีไม่ว่าดีหาเรื่องทำปลาเขาตายซะนี่ 
หลังจากนั้นผมก็ยกไดร์โว่ทั้ง2ตัวมาดู 
สภาพมันแช่อยู่ในน้ำมาหลายปีก่อนผมจะมาอยู่ซะอีก 
เหล็กเริ่มเป็นสนิมร่อนออกเป็นชั้นและมีสิ่งอุดตันเต็มไปหมด 
พักทำใจผ่านไปหลายวัน ก็ถึงบางอ้อครับ สรุปว่า
1.งานใหญ่ที่กำลังจะเบิกมัดจำก้อนแรก 
เจ้าของงานโทรมาบอกขอยกเลิก
เหตุเพราะงบก้อนนี้ต้องนำไปทำแนวป้องกันน้ำท่วม 
นี่ถ้าเบิกเงินรับงานกันแล้วอะไรจะเกิดขึ้นก็ไม่รู้ (น้ำท่วมใหญ่)
....2.อันนี้โชคใหญ่กว่าข้อแรกมาก 
คือรอดจากการถูกไฟดูดตายคาบ่อปลาคราฟนั่นเองครับ
.....ทั้งหลายทั้งปวงนี้ก็คงเป็นเพราะครูบาอาจารย์ท่านคุ้มครองรักษาครับ
...สวัสดี...