วันอังคารที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2553

การทำแม่พิมพ์พระพิราพ

พระพิราพ
การทำแม่พิมพ์พระพิราพ
วันนี้มีโอกาสดีครับที่จะนำเสนอ
การทำแม่พิมพ์ยางซิลิโคนสำหรับหล่อ
อย่างง่ายๆพอเป็นพื้นฐาน
ในการทำแม่พิมพ์ครั้งนี้ ผมเลือกยางซิลิโคน
ถอดงานลอยตัวรูปพระพิราพ
ซึ่งจะต่างจากแม่พิมพ์พระพิราพและพระพิฆเนศวรองค์ใหญ่
ที่ผ่านมานั้นผมเลือกใช้แม่พิมพ์ยางพารา
แต่สำหรับงานนี้ต้องการความละเอียดสูง
ยางซิลิโคนจึงเป็นคำตอบที่ดีที่สุด
.........
อันดับแรกเลยที่ต้องดูคือแนวตะเข็บที่เราต้องแบ่งเป็น 2 ส่วน
และต้นแบบของเราทำด้วยอะไร
ที่เห็นนั้นเป็นปูนปลาสเตอร์แต่ลวดลายนั้นเป็นขี้ผึ้ง
การทำแม่พิมพ์พระพิราพ
เมื่อกำหนดแนวตะเข็บได้แล้วก็กั้นตะเข็บ แบ่งพิมพ์
ตามที่เห็นนะครับ ร่องรอยที่เห็นนั้นก็เปรียบเหมือนเดือยล็อก
ไม่ให้ยางเคลื่อนออกจากกันเวลาหล่อ
ส่วนขอบด้านข้างมีไว้กันยางไหลออกเท่านั้นเอง


การทำแม่พิมพ์พระพิราพ
จากนั้นก็ผสมยางซิลิโคนและตัวทำแข็ง
ตามอัตราส่วนที่พอเหมาะให้เข้ากัน
แล้วจึงเท ราดลงไปที่ชิ้นงานครับ
ใช้ภู่กันทายางซิลิโคนให้ทั่วทุกลายละเอียดของงาน
หรืออาจจะใช้ลมอัดก็ได้ครับ
แต่ระวังว่าลายที่ติดนั้นเป็นขี้ผึ้ง
ทาแรงหรืออัดลมแร็งเกินไปอาจทำให้ลายหลุดได้
หลังจากยางซิลิโคนแห้งแล้วก็ทำซ้ำอีก 1-2 เที่ยว

การทำแม่พิมพ์พระพิราพ
หลังจากทายางซิลิโคนเที่ยวที่2-3แล้วก็ปูทับด้วยผ้าขาวบาง
เพื่อช่วยให้ยางเหนียวทนต่อแรงดึง
ขั้นตอนปูผ้านี้จะทำ 1-2 รอบก็ได้ตามความเหมาะสม
แต่ทุกครั้งต้องรอให้ยางซิลิโคนแต่ละชั้นแห้งก่อน

การทำแม่พิมพ์พระพิราพ
เที่ยวสุดท้ายไม่ต้องปูผ้าแล้วครับแต่ให้ตัดยางซิลิโคนเป็นชิ้นๆ
วางรอบๆขอบงานเพื่อเป็นเดือยล็อกไม่ให้พิมพ์ยางเคลื่อน
ออกจากพิมพ์ครอบ
การทำแม่พิมพ์พระพิราพ
หลังจากนั้นก็ผสมปูนปลาสเตอร์ครอบทับยางซิลิโคนอีกที
เป็นอันเสร็จการทำแม่พิมพ์ยางซิลิโคนครึ่งแรก
ส่วนอีกครึ่งหลังจะมาในเร็ววันนี้แหละครับ
.........





วันศุกร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2553

มาทำเครื่องรางใช้กันดีกว่า(พระพิราพ)

มาทำเครื่องรางใช้กันดีกว่า(พระพิราพ)
วันนี้มาแปลก
ก็อย่างที่จั่วหัวนะครับ
คือทำใช้เองและใส่ซองเป็นที่ระลึกให้กับผู้ที่ร่วมสร้างพระพุทธรูป
ประมาณว่าใส่ซองของชำร่ายวันเกิดหรืองานแต่งงาน
ไม่ทำขายและไม่ว่าถ้าใครจะทำขาย
งานผมส่วนมากจะถูกก็อปปี้อยู่แล้วถือเป็นการให้เกียรติครับ
มาทำเครื่องรางใช้กันดีกว่า(พระพิราพ)
ผลก็มาจากการที่ได้มีโอกาสปั้นพระพิราพและสร้างพระพิราพ
ถวายวัดบางกร่าง นนทบุรีครับ
หน้าพระพิราพที่เห็นก็เป็นส่วนหนึ่งในลายละเอียดเครื่องทรง
ของพระพิราพอยู่แล้ว หลังจากเสร็จงานผมก็ทำไว้ใช้เอง
และแจกไปแล้วชุดหนึ่งจำนวนน้อยนิด
และที่เห็นนั้นก็เป็นพระพิราพอันที่ผมใช้แขวนอยู่ทุกวัน
มาทำเครื่องรางใช้กันดีกว่า(พระพิราพ)
แต่อันที่ผมแขวนอยู่นั้นจะแตกต่างจากที่ทำแจกก็คือ
มีพ่อแก่อยู่ด้านหลังและมีการลงสีด้วยครับแต่พ่อแก่นั้นผมไม่ได้ปั้นเอง
แต่เป็นของอาจารย์ท่านหนึ่งที่ผมแอบเคารพศรัทธาท่านอยู่เงียบๆ
แล้วไปขอมาจากลูกศิษย์ท่านอีกที
พอดีครับขนาดเข้ากันพอดี
ยิ่งผงที่ผสมลงไปหรือที่เรียกว่ามวลสารนั้นยิ่งไม่ธรรมดา
การปิดทองเขียนสีก็เขียนเองครับ
จึงไม่อาจสวยสดงดงามเท่ากับมืออาชีพ
แต่ไม่เป็นไรครับ พึ่งพาคนอื่นให้น้อยที่สุดเป็นดี
และที่สำคัญถ้ารู้ว่าอาจารย์ผมเป็นใคร
ใครทำพิธีให้ เข้าพิธีที่ไหน กี่ครั้งแล้ว
ก็คงจะทำให้หลายคนสบายใจ อยากได้บ้าง
(ถ้าอยากรู้จริงๆก็ถามเป็นการส่วนตัวครับ)
.............
เรื่องนี้ไม่ใช่ความคิดครั้งแรก
เมื่อก่อนเคยคิดที่จะเอาของจำพวกแก่นไม้นามมงคลต่างๆ
มาแกะเป็นพระพุทธรูปแล้วด้านหลังจะบรรจุพระคาถาชินบัญชรลงไป
ก็มาบังเอิญว่าได้ไปวัดอินทร์บางขุนพรหม
ก็พอดีเขามีรุ่นนี้เปิดให้จองพอดี
ก็ถือว่าโชคดีไปได้สมอยากครับ
ความเคลื่อนไหวอื่นๆก็
หรือ
..........

วันอังคารที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

วัดบางกร่าง นนทบุรี

พระพิราพ ณ วัดบางกร่าง นนทบุรี

พระพิราพ ณ วัดบางกร่าง นนทบุรี



พระพิราพ ณ วัดบางกร่าง นนทบุรี



วัดบางกร่าง นนทบุรี
18 ก.ค. 2553


พิธีเจริญพระพุทธมนต์คาถาบังไพรเที่ยงวันถึงเที่ยงคืน
และพิธีจุดเทียนมงคลประจำตัวบูชาพระรัตนตรัย





พิธีเจริญพระพุทธมนต์คาถาบังไพรเที่ยงวันถึงเที่ยงคืน
และพิธีจุดเทียนมงคลประจำตัวบูชาพระรัตนตรัย

ณ วัดบางกร่าง นนทบุรี


วัดบางกร่าง นนทบุรี
หลวงปู่สรวง สิริปุญโญ วัดป่าศรีฐานใน อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร

นั่งปรกอธิษฐานจิตและประพรมน้ำมนต์ภายในงานพิธีครั้งนี้
..........

หลายท่านสงสัยว่า

แล้วเกี่ยวกับพระพิราพตรงไหน

ก็ขอตอบว่า

ผมได้มีโอกาสปั้นพระพิราพองค์หนึ่งเมื่อไม่นานมานี้

แต่สภาพแม่พิมพ์ยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์มาก

ก็เลยขอท่านที่เป็นเจ้าของแบบ ว่าอยากจะขอหล่อ

เพิ่มสักองค์เพื่อถวายวัดให้คนกราบไหว้บูชา

หลังจากเจ้าของงานตอบตกลง

ก็รีบจัดการหล่อขัดแต่งทำสี ตามกำลังที่พอจะทำได้

และก็บังเอิญว่าที่วัดบางกร่างมีงานมงคลพอดี

อีกทั้งเราเองก็ฝากตัวเป็นศิษย์วัดนี้แล้ว

ก็เลยลงตัวในวัน อาทิตย์ที่ 18 ก.ค. 2553

ส่วนท่านที่สนใจก็เชิญครับ

วัดแห่งนี้เป็นวัดเล็กๆ แต่มีดีอยู่แน่นวัดเลยครับ

เว็บไซส์ของวัดบางกร่าง คือ

http://www.wat-bk.com/

.......

แล้ววันหล้งผมจะนำเรื่องราว กิจกรรมต่างๆ

ของทางวัดมานำเสนอต่อไป

งานอื่นๆของผมก็



http://www.arts-108.blogspot.com/





หรือไม่ก็





http://www.art-86.blogspot.com/





........



วันอาทิตย์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

เพชรตาแมว

เพชรตาแมว
เรื่องมีอยู่ว่าในบรรดาทรัพย์สินที่พ่อแม่มีอยู่นั้น
ถึงเวลาก็จัดสรรปันส่วนกันได้ลงตัว จะมีก็แต่เพชรตาแมวอันนี้เท่านั้น
ที่ยังหาข้อยุติไม่ได้ ว่าใครจะเป็นผู้ครอบครอง
ที่เห็นในภาพนั้นเป็นของที่ถ่ายจากของจริงอันที่ต้องการจะขาย
ที่ผมมีโอกาสได้สัมผัสกับมือมาแล้ว
มีหนึ่งอันแต่ถ่าย 2 ครั้ง อยู่กับผู้เป็นเจ้าของมาไม่น่าจะต่ำกว่า40ปี
ท่านผู้เป็นเจ้าของก็เลยฝากบอกประกาศขายเพื่อ
นำเงินที่ได้ไปจัดสรรกันภายในในครอบครัว
สำหรับท่านที่สนใจก็ต้องนัดล่วงหน้านะครับ
ท่านเจ้าของบอกว่าให้นัดเจอกันที่ธนาคารอันเป็นที่ๆเก็บ
เพชรตาแมวนี้ไว้
ส่วนจะเป็นธนาคารอะไรหรือสาขาไหนนั้นก็
ค่อยว่าอันอีกทีสำหรับผู้ที่สนใจจริงๆเท่านั้น
............
ส่วนการทำมาหากินของผมก็
หรือไม่ก็
ได้ทั้งสองเลยครับ
สว้สดี
......

วันพุธที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2553

รวมภาพพระพิราพ

พระพิราพองค์ที่ 1

พระพิราพองค์ที่ 2

ณ วัดบางกร่าง นนทบุรี
.......

ส่วนด้านล่างนี้เป็นประมวลภาพการทำพระพิราพ

องค์ที่หนึ่พอคร่าวๆครับ






คลิ๊กที่ "play" ได้เลยครับ



ตลอดระยะเวลาเกือบ 3 เดือนที่ทำงานปั้นหล่อองค์พระพิราพอยู่นี้



มีแต่สิ่งดีๆเกิดขึ้นในชีวิตครับอุปสรรคปัญหาต่างๆที่พึงมีพึงเกิดก็ไม่มีไม่เกิด



แม้จะเป็นช่วงที่บ้านเมืองตกอยู่ภายใต้ภาวะความแตกแยกของคนในชาติ



การเข่นฆ่ากันเองของคนในชาติการทำงานชิ้นนี้ก็ราบรื่นด้วยดีจนไม่น่าเชื่อ



มีแต่คนให้ของดีๆมีแต่คนให้ความช่วยเหลือตลอดเวลา



หลังจากที่ส่งมอบงานเสร็จแล้ว



และขอขมาคุณครูบาอาจารย์ที่เราได้กระทำการล่วงเกินท่าน



ตลอดระยะเวลาที่ทำงานปั้นพระพิราพองค์นี้เสร็จแล้ว



ก็มาประมวลภาพลำดับการทำงานขั้นตอนต่างๆเป็นภาพสไลด์



ซึ่งอาจจะไม่ค่อยสมบูรณ์นักก็ต้องขออภัยไว้ก่อนนะครับ



เทคโนโลยีกับผมเป็นของที่เดินขนานกันไป


...........


งานอื่นๆด็ติดตามได้จาก


http://www.arts-108.blogspot.com/



จะเป็นการทำมาหากินหลักๆ ส่วน



http://www.art-86.blogspot.com/



จะเป็นการนำเสนองานที่อยากทำ



ส่วนบล็อกนี้นั้นจะเป็นงานที่มีไว้พล่ามเอามันเข้าว่าครับ



.........